การสังเกตอาการป่วยของน้องแมว “หลังน้ำท่วม”

การสังเกตอาการป่วยของน้องแมว “หลังน้ำท่วม” บทความนี้จะช่วยเจ้าของทุกคนเข้าใจวิธีสังเกตอาการป่วยของแมว การดูแลเบื้องต้น และคำแนะนำสำคัญเพื่อให้แมวกลับมาแข็งแรงอย่างปลอดภัย

น้องแมว

พี่เสือน้อย

12/2/2025

two brown tabby cats on wood planks
two brown tabby cats on wood planks

1. ทำไมน้องแมวถึงป่วยง่ายหลังน้ำท่วม?

หลังน้ำลด น้องแมวมักเจอกับปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง เช่น

  • น้ำสกปรก มีแบคทีเรีย ไวรัส ปรสิตจำนวนมาก

  • ความชื้นสูง ทำให้เกิดเชื้อราและโรคผิวหนัง

  • ของเสียปนเปื้อนสารเคมี ตามบ้านหรือถนน

  • ความเครียด จากเสียงดัง สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน ที่อยู่ไม่มั่นคง

  • อาหาร-น้ำไม่สะอาด ระหว่างน้ำท่วม

ทั้งหมดนี้ทำให้สุขภาพแมวอ่อนแอลงง่ายมาก หากตรวจเจอเร็วก็รักษาได้ทันครับ

2. อาการป่วยที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม และสิ่งที่ต้องสังเกต

2.1 ระบบทางเดินอาหาร (กินน้อย อาเจียน ท้องเสีย)

แมวอาจกินของสกปรกหรือน้ำปนเปื้อนระหว่างหนีน้ำ
สิ่งที่ควรจับตา

  • อาเจียนบ่อย

  • ถ่ายเหลว / มีเลือดปน

  • เบื่ออาหาร

  • น้ำหนักลดเร็ว

  • ท้องอืดหรือร้องเวลาแตะท้อง

อาจเป็นอาการของลำไส้อักเสบ การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือพยาธิจากน้ำท่วม

2.2 โรคผิวหนังจากความชื้นและเชื้อรา

ความชื้นสูงทำให้เชื้อราและแบคทีเรียเติบโตเร็ว
สังเกตได้จาก

  • ขนร่วงเป็นหย่อม

  • ผิวแดง คัน แผลเป็นวง

  • กลิ่นตัวแรงกว่าปกติ

  • เลียหรือกัดตามตัวบ่อย

โรคผิวหนังในแมวลุกลามเร็ว ถ้าทิ้งไว้นานจะรักษายากขึ้น

2.3 โรคทางเดินหายใจ

แมวเครียด + อากาศเย็น + ความชื้น = ภูมิตกง่าย
อาการสำคัญ

  • จาม น้ำมูกใส/ขุ่น

  • หายใจเสียงดัง

  • ไอ

  • ตาแฉะ หรือเปื่อย

  • ซึม และไม่อยากเคลื่อนไหว

อาจเป็นหวัดแมว หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรง

2.4 ปัญหาแผลและการติดเชื้อ

หลังน้ำท่วม พื้นที่เต็มไปด้วยเศษแก้ว ลวด ตะปู
ควรตรวจตามตัวแมว

  • แผลเปิด บวมแดง

  • มีหนองหรือมีกลิ่น

  • เดินกะเผลก

  • แมวร้องเวลาจับ

แผลเล็ก ๆ ก็อันตรายได้เพราะอาจติดเชื้อจากน้ำสกปรก

2.5 ปัญหาพฤติกรรมจากความเครียด

แมวคือสัตว์ที่ไวต่อสภาพแวดล้อมมาก
หลังน้ำท่วมอาจมีอาการต่อไปนี้

  • ซ่อนตัว ไม่ยอมเข้าสังคม

  • ก้าวร้าวหรือขู่บ่อย

  • เบื่ออาหาร

  • ทำลายข้าวของ

  • กลางคืนร้องหรือเดินวน

อาจเป็นอาการเครียดสะสม ต้องช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัยอีกครั้ง

3. วิธีดูแลน้องแมวเบื้องต้นหลังน้ำท่วม

3.1 อาบน้ำ–ทำความสะอาดให้เร็วที่สุด

  • ใช้น้ำอุ่นและแชมพูสำหรับแมว

  • เช็ดตัวให้แห้งสนิท โดยเฉพาะระหว่างนิ้วและใต้คาง

  • ห้ามปล่อยให้ขนเปียกนาน เพราะเสี่ยงเชื้อรา

3.2 จัดพื้นที่ให้นั่งนอนแห้ง สะอาด และอุ่น

  • ปูผ้าหรือเตียงใหม่

  • แยกโซนอาหาร น้ำ ห้องทรายให้อยู่ในที่ไม่อับ

  • เลี่ยงลมแรงหรืออากาศเย็น

แมวต้องมี “พื้นที่ปลอดภัย” เพื่อลดความเครียด

3.3 เปลี่ยนน้ำดื่มและอาหารให้สะอาดเสมอ

  • ใช้น้ำดื่มที่ต้มสุกหรือผ่านการกรอง

  • ไม่ให้อาหารที่เปียกชื้นหรือตากลมนาน

  • หลีกเลี่ยงของตกค้างช่วงน้ำท่วม

ระบบทางเดินอาหารคือจุดเสี่ยงที่สุดหลังน้ำท่วม

3.4 ตรวจร่างกายแมวทั้งตัวทุกวัน

  • ตา ใบหู ช่องปาก

  • ท้องและขา

  • ดูแผลหรือรอยแดง

  • เช็คกลิ่นผิดปกติ

  • จับสังเกตแมวว่าซึมหรือปกติไหม

ยิ่งเจอเร็ว ยิ่งรักษาได้ง่าย

3.5 ให้แมวพักผ่อนและลดความเครียด

  • เปิดเพลงเบา ๆ

  • จัดที่นอนให้อยู่มุมสงบ

  • เล่นด้วยเพื่อลดความกังวล

  • ใช้ผ้าห่มหรือกลิ่นที่คุ้นเคย

ความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันแมวลดลงมาก

4. ควรพาไปหาหมอเมื่อไหร่?

หลังน้ำท่วม หากมีอาการเหล่านี้ ควรพบสัตวแพทย์ทันที

  • ไม่กินอาหารเกิน 24 ชม.

  • อาเจียนซ้ำหลายครั้ง

  • ถ่ายเป็นเลือด

  • หายใจลำบาก

  • มีไข้ ตัวร้อนผิดปกติ

  • เดินไม่ได้หรือเจ็บมาก

  • แผลบวม แดง หรือมีกลิ่น

ถ้าไม่แน่ใจ ควรพาเช็กสุขภาพหลังน้ำท่วมอย่างน้อย 1 ครั้ง

5. คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต

  • ทำ วัคซีนและถ่ายพยาธิครบตามกำหนด

  • จัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินสำหรับแมว เช่น อาหาร น้ำ ผ้าเช็ดตัว กล่องทรายย่อม

  • ใช้ กระบะทรายใหม่ หลังน้ำท่วม เพื่อป้องกันเชื้อสะสม

  • ทำความสะอาดบ้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยต่อสัตว์

  • เก็บสิ่งของอันตราย เศษแก้ว สารเคมีให้มิดชิด

  • ถ้าพื้นที่มีความชื้นสูง ให้ใช้เครื่องดูดความชื้นหรือเปิดพัดลมช่วย

หลังน้ำท่วม แมวมีความเสี่ยงป่วยจากหลายสาเหตุ ทั้งเชื้อโรคในน้ำ ความชื้น และความเครียด การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ การดูแลความสะอาด การจัดพื้นที่ที่ปลอดภัย และการให้ความอบอุ่นทางใจ จะช่วยให้แมวฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอย่างมาก หากพบอาการผิดปกติควรรีบพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนครับ

brown cat lying gray wooden plank
brown cat lying gray wooden plank